My Update

รางวัล Gold Medal Award จาก Thai Print Awards 2008
ของขวัญสำหรับทีมงาน 108 Punna ทุกคน (หนังสือนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับรางวัล Asian Print Awards 2008 ที่สิงคโปร์อีกด้วย รอฟังผลปลายปีนี้ครับ)

ดีใจมากๆ ที่ได้ข่าวนี้้ รีบแจ้งทีมงานทุกคนเลยครับ ตื่นเต้นกันมาก ขอแสดงความยินดีกับทีมงานผู้ร่วมก่อตั้งโครงการทั้ง 68 คน ผู้สนับสนุนทั้งหมด ผู้ที่ร่วมอุดหนุนหนังสือ ผู้ที่ช่วยประชาสัมพันธ์บอกต่อถึงโครงการนี้ รวมถึงผู้ที่สนใจที่จะซื้อหนังสือทุกคนโครงการนี้จะไม่สามารถมาถึงจุดนี้เลยถ้าไม่มีพวกคุณทุกคน แล้วปลายปีนี่เราจะได้เริ่มสร้างห้องสมุดให้เด็กๆ กันนะครับ... 

ใครยังไม่รู้จักโครงการนี้ อยากแวะไปทักทายหรือแสดงความยินดีกับทีมงาน หรืออยากเป็นส่วนหนึี่งของโครงการ "อย่าลืม" แวะไปที่นี่ครับ www.108punna.comหรือ 108punna.multiply.com



 
เทปบันทึกบทสัมภาษณ์ทีมงาน และความเป็นมาของโครงการ 108 พันหน้า 
โดยรายการ "ทองหลังพระ" ทางช่อง 9 

สามารถดูรายละเอียดได้ที่  www.108punna.com




เทปบันทึกบทสัมภาษณ์ทีมงาน และความเป็นมาของโครงการ 108 พันหน้า 
โดยรายการ "ทองหลังพระ" ทางช่อง 9 

สามารถดูรายละเอียดได้ที่  www.108punna.com



เปิดตัวเวป www.aceimage.com เวอร์ชั่น 2008

หลังจากเลื่อนการ update ประจำปีมาหลายครั้ง วันนี้ได้ทำการ Relaunch เวป  www.aceimage.com v.2008 อย่างเป็นทางการ 


 

 


 

 


My interview for APPLE print Ad. Publish In T3 and Digital Camera magazine. Thai Edition. July 2008 Issue. (Re: 108 Punna Photography Project)




"Apple เพื่อนสนิทที่รู้ใจ"


เอส - ธนบูรณ์ สมบูรณ์ (www.aceimage.com) ช่างภาพแฟชั่นและโฆษณามืออาชีพชื่อดัง ที่มีความถนัดด้าน 

Fashion และ Portrait เป็นพิเศษ ให้เกียรติมาพูดคุยถ่ายทอดประสบการณ์ให้แฟนๆ  T3 และ

Digital Camera Magazine ได้รับฟัง โดยบรรยากาศดำเนินไปอย่างเป็นกันเองตามประสา

คนรักการถ่ายภาพ


“จบการศึกษาด้านการถ่ายภาพแฟชั่นและโฆษณาจาก Academy of Art University

รัฐซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา หลังจากใช้ชีวิตเรียนและทำงานเป็นช่างภาพมืออาชีพใน

ต่างประเทศอยู่ร่วม 10 ปี ก็ตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดเพื่อทำงานเป็นช่างภาพอิสระ ผ่านทั้ง

งานถ่ายภาพและด้านอื่นๆ มามากมาย ปัจจุบันก็กลับออกมาเป็นช่างภาพอิสระอย่างเต็มตัว

อีกครั้ง เพื่อหาเวลาว่างทำโครงการด้านงานศิลปะการถ่ายภาพหลายๆ โครงการที่วางแผน

และตั้งใจจะทำมาเป็นเวลานาน


หนึ่งในนั้นก็คือ 108 Punna : Faces of Future ซึ่งเกิดจากแนวคิดของผมและเพื่อน

มาร์ค - ธนพ เอี่ยมอมรพันธ์ ที่อยากทำงานศิลปะเพื่อสังคม เป็นหนังสือภาพที่ถ่ายทอด

ความฝันและจินตนาการของเด็กๆ 108 คน ซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนของเด็กกำพร้าและด้อย

โอกาสกว่าอีก 1,200 คน ที่เรียนอยู่ ณ โรงเรียนวัดสระแก้ว จังหวัดอ่างทอง มาพรรณนาถึง

ความฝันที่อยากทำ อยากเป็น เป็นความฝันที่รอคนมาเติมให้เต็มฝัน นำเสนอในมุมมองสื่อ

ความอบอุ่น เผยแพร่ภาพของเด็กๆ ใน ‘มุมบวก’ เป็นความสุขและความมุ่งมั่นในสิ่งที่

ตนเองกำลังฝันและจินตนาการ


จุดประสงค์ที่จัดทำหนังสือภาพนี้ก็เพื่อจำหน่ายและนำรายได้ทั้งหมดไปสร้างห้องสมุด

หลังใหม่ให้กับโรงเรียนวัดสระแก้ว จัดทำห้องสมุดที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาทักษะทาง

อาชีพที่ดีหลังจบการศึกษาจากที่นี่ ห้องสมุดนี้เป็นถาวรวัตถุที่จะอยู่ที่นั้นไปอีกนาน เป็น

ประโยชน์ระยะยาวกับเยาวชนรุ่นต่อๆ ไปอีกหลายรุ่น ผมเชื่อว่าความรู้เป็นสมบัติที่สามารถ

ติดตัวเด็กๆ ไปตลอดชีวิตและเป็นสิ่งที่ประมาณค่าไม่ได้เลย


ตลอด 6 เดือนเต็มในการทำโครงการนี้ ผมใช้ Apple Mac Pro 2.66GHz Quad

Core และ Apple Cinema HD Display 30 นิ้ว จอภาพที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้ดูราย

ละเอียดของภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การจัดเรียงภาพ และการเปรียบเทียบภาพ ทำได้สะดวก

สบายกว่าจอขนาดปกติในการจัดการด้านถ่ายภาพ การบริหารการจัดทั้งเรื่องของการจัด

เวลาผ่านโปรแกรม iCal การติดต่อสื่อสารกับทีมงาน ด้วยโปรแกรม Mail และ Address

Book รวมถึงการเตรียมข้อมูลต่างๆ สำหรับทำหนังสือ เพื่อส่งให้ Retoucher และ Book

Designer ก่อนส่งให้โรงพิมพ์ในขั้นตอนสุดท้าย Mac Pro ทำงานของมันได้อย่างสมบูรณ์

แบบ ไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างจะถูกสั่งงานจาก Mac Pro เครื่องนี้เพียงเครื่องเดียว


เชื่อไหมครับว่าเราต้องใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูลภาพของโครงการมากถึง 250GB

ผมกำลังพูดถึงการจัดเก็บภาพมากว่า 10,000 ภาพ ถ่ายที่ถูกถ่ายทั้งหมดตลอดโครงการ

และภาพเหล่านี้จะต้องพร้อมที่จะถูกดึงออกมาใช้ขึ้นมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการ โชคดีที่

โปรแกรม Aperture 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานนี้ประเภทได้อย่างมี

ประสิทธิภาพ ผมใช้ Aperture ในการจัดเก็บและจัดการข้อมูลภาพทั้งหมด แม้ว่าจะเป็น

เวอร์ชั่นใหม่ที่เพิ่งออกแต่ด้วยการออกแบบให้ใช้งานง่าย เราสามารถทำความเข้าใจมันได้ใน

เวลาอันรวดเร็ว ฟังก์ชันและความสามารถต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อรอรับการทำงานของนัก

ถ่ายภาพโดยตรง ช่วยให้การทำงานของผมเสร็จได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผมสามารถปรับแต่ง

ภาพถ่ายปริมาณมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว และยังมีคุณภาพของภาพที่สูง


ในกรณีที่ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ ไม่ว่าจะต้องถ่ายรูปหรือว่าต้องประชุมกับ

ทีมงานหรือติดต่องาน ผมก็จะพก Apple MacBook Pro 15 นิ้ว 2.2 GHz Core 2 Duo

ไปกับผมด้วยทุกครั้ง ทำให้การทำงานไม่ขาดตอน สามารถพรีเซนต์งานได้อย่างง่ายดาย

หรือทำให้การติดต่อให้ข้อมูลกับทีมงานไม่ขาดตอนเนื่องจากเรามีทีมงานถึง 68 คนและต้อง

ติดต่อสื่อสารกับคนอีกเป็นร้อยๆ คนในช่วงเวลาที่ทำโครงการ ฉะนั้นเราควรพร้อมที่จะ

ทำงานได้ทุกที่ ไม่ควรให้ทุกอย่างหยุดเพราะคนเพียงคนเดียว


ชีวิตประจำวันหลายๆ กิจกรรมของผมผูกพันกับ Apple ตลอดเวลา อย่าง

ทั่วๆ ไปก็คือ การรับ-ส่งอีเมล เขียนบันทึก และค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต อัพเดทข่าวสาร

ใหม่ๆ เล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง จัดการตารางเวลาต่างๆ ดูข้อมูลติดต่อลูกค้า ส่วนเมื่อ

ต้องทำงานถ่ายภาพในหรือนอกสตูดิโอ ผมมั่นใจใช้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ Apple

ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกล้องถ่ายภาพเพื่อส่งถ่ายข้อมูล การแปลงภาพจาก

RAW ไฟล์ การปรับแต่งภาพ การจัดเก็บข้อมูลภาพ การเลือกภาพ หรือส่งภาพให้ลูกค้า

หรือแม้แต่การจัดเตรียม Presentation, Website หรือ Portfolio คุณสมบัติทั้งหมดนี้มีอยู่ครบใน

Aperture 


ผมว่า Apple ถ้าเป็นคน ก็คงจะเป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้คนหนึ่ง

สามารถช่วยเหลือเราได้ทุกเรื่อง เข้าใจง่าย หากจะมีอะไรใหม่ๆ มาให้ก็มักจะคิดไว้แล้วว่า

ผมต้องพอใจ และเมื่อเกิดไม่เข้าใจกันบ้างก็สามารถเดาได้ไม่ยากว่าจะต้องหาคำตอบหรือ

แก้ตรงไหน ไม่มีจุกจิกกวนใจ อีกทั้งยังปลอดภัยไม่มีปัญหาเรื่องของไวรัสอีกด้วย


เมื่อเป็นมืออาชีพเราไม่ ควรเปิดโอกาสให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อ

เราพลาด นั่นหมายถึงโอกาสที่จะสูญเสียลูกค้าตลอดไป ดังนั้นผมจึงเลือกเครื่องมือที่

ประสิทธิภาพและไว้ใจได้เสมอ อย่าง Apple เพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 108 Punna

ที่ผมให้ความสำคัญอย่างมาก”


คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ได้โดยร่วมสมทบทุนซื้อหนังสือได้ที่ iStudio,

BIG Camera และ Asia Book ทุกสาขา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.108punna.com






Blog Entry[ VDO ] 5X8 Photography Exhibition (Trailer)Jul 1, '08 2:00 AM
for everyone
ใครไ่ม่ได้ไปดูภาพวันเปิดได้ที่นี่นะครับ
http://aceimage.multiply.com/photos/album/118

Presentation VDO for opening reception for the the exhibition @ Siam Paragon 2-9 June 2008

หนังสือ ภาพ 108 Punna: Faces of the Future เป็นหนังสือรวมภาพพอร์ทเทรตของเด็ก 108 คนที่จะมาพรรณนาถึงความฝันที่พวกเค้าอยากจะเป็นเมื่อโต ขึ้นผ่านแววตาอันสดใสและเปี่ยมด้วยพลัง

โครงการ 108 Punna Photography Project เกิดขึ้นจากการรวมตัวของช่างภาพมืออาชีพ เอส ธนบูรณ์ สมบูรณ์ และนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง มาร์ค ธนพ เอี่ยมอมรพันธ์ กับ 18 แฟชั่นสไตล์ลิสต์ระดับแนวหน้า และผู้ประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขาอาชีพรวม 68 คน พร้อมกับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนอีก 22 แห่ง โดยมีจุดประสงค์เดียวกันคือต้องการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กํบเด็กๆ โดยจัดทำหนังสือเพื่อจำหน่าย (จำนวนพิมพ์ 2,000 เล่ม ราคา 800 บาท/เล่ม ) โดยจะนำรายได้ทั้งหมด 100% (ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ รวม 1,600,000 บาท) ไปสร้างห้องสมุดและจัดหาสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เป็นห้องสมุดทีมีคุณภาพและตรงกับความต้องการของเด็กนักเรียน 1200 คนที่โรงเรียนวัดสระแก้ว จังหวัดอ่างทอง โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมอาชีพ

นิทรรศการภาพถ่าย 108 Punna: Faces of the Future จะมีขึ้้นระหว่างวันที่ 2-9 มิถุนายน 2551 ที่ Hall of Mirrors, Siam Paragon

ผู้ที่สนใจสามารถซื้อหนังสือ 108 Punna ได้ภายในงาน หรือที่ Asia Book ทั้ง 16 สาขา, iStudio (Paragon, Centralworld & J Avenue), BIG Camera (Centralworld & MBK)



Category:Books
Genre:Arts & Photography
Author:Ace Thanaboon Somboon (Photographer)

สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี่ www.108punna.com



ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้

For more info please visit www.108punna.com



108 Punna: Faces of the Future. Photography Project



If every living moment is celebration, Moet & Chandon has always been by your side.

Fabulous people who celebrate a fabulous lifestyle at every living moment are the essence of Moet & Chandon. Successful personalities like Thanop Mark Eiamamornphan, banker ad entrepreneur along with Thanaboon Ace Somboon, fashion & advertising photographer and photo educator dedicate their time future for children society by making possible a brighter future for children who have the determination to be something more.

Ace’s inspirational visit to the orphanage in Angthong, this was the catalyst for these two friends to begin a project that promises to provide these children with the future they so richly deserve.

The photography book, 108 Punna: Faces of the Future will show images of these children aspiring to their dream careers. The proceeds from the sales of this special publication will go to create educational activities and opportunities with the long-term goal of allowing each child’s dream to come true. With their combined talents and their personal involvement from start to finish, these two fabulous people will make the future of these children something to celebrate.



For more info please visit www.108punna.com


PHOTOTECH Magazine
Exclusive Interview: ธนบูรณ์ สมบูรณ์
BIG PHOTO CLINIC Project

 

จากคราวที่แล้วเราได้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของบุคคลท่านนี้ มาเล่มนี้ท่านสมาชิกอาจสงสัยว่า ทำไมยังเป็นช่างภาพท่านนี้อีก ครั้งนี้เป็นเป็นการสัมภาษณ์พิเศษ เนื่องจากการทำงานของ คุณธนบูรณ์ สมบูรณ์ หรือพี่เอซที่ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ทำให้เขาได้มองเห็นช่องโหว่ที่เป็นจุดอ่อนของวงการถ่ายภาพบ้านเราที่ทำให้ช่างภาพพัฒนาฝีมือหรือแนวคิดได้ช้า เมื่อเป็นเช่นนี้โครงการดีๆ จึงเกิดขึ้นภายใต้ชื่อโครงการ BIG Photo Clinic ลองติดตามกันดูนะครับ
    
Q: ทราบว่าพี่เอซได้จับมือกับ BIG Camera จัดกิจกรรมพิเศษขึ้นสำหรับปีนี้ อยากให้เล่าถึงโครงการนี้ครับ

A: ในปี 2551 นี้ BIG Camera ได้มีโครงการพิเศษที่มีชื่อว่า BIG Photo Clinic ซึ่งจะมีขึ้นตลอดปี เป็นกิจกรรมที่จะส่งเสริม และสนับสนุนการให้ความรู้กับสมาชิกของ BIG Club และมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับคำแนะนำจากช่างภาพมืออาชีพระดับแนวหน้าของเมืองไทยในอย่างใกล้ชิด เพื่อนำไปพัฒนาการถ่ายภาพของตนในอนาคต และต้องการสนับสนุนให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นของตนในการวิเคราะห์และวิจารณ์ภาพของผู้อื่นอย่างเหมาะสม และได้ประโยชน์ โดยทั้งหมดนี้สมาชิกของ BIG Club ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย

Q: ช่างภาพมืออาชีพและวิทยากรที่จะเข้าร่วมมีใครบ้างครับ

A:
การเลือกโปรที่เข้าร่วมโครงการนี้ ผมเลือกจากโปรที่มีประสบการณ์ในด้านนั้นๆ มา มี อ.นิวัติ กองเพียร, อ.สงครามโพธิวิไล, สุภสิทธิ์ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์, ณิการ์ กรีพร้อม และผม (ธนบูรณ์ สมบูรณ์) ครับ

"การได้รับคำแนะนำผู้ที่สะสมประสบการณ์มาเป็นสิบๆ ปีนั้น
มันเป็นสิ่งที่ประมาณค่าไม่ได้ครับ"

 
Q: อยากให้ช่วยแนะนำแต่ละท่าน


A:
อ.นิวัติ กองเพียร (ช่างภาพแนวเซ็กชี่ และนักวิจารณ์ภาพระดับเกจิ) คงจะคุ้นเคยกับบทวิจารณ์ที่มันส์ๆของท่านในหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ เชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากได้คำแนะนำ และเทคนิคเด็ดๆ จากท่านแน่นอน อาจารย์นิวัตน์ ถือเป็นผู้ที่มีตาคมกริบในการมองภาพเซ็กซี่ ใครที่ชอบอยากถ่ายภาพแนวเซ็กซี่ ก็มาให้ท่านแนะนำได้ครับ

อ.สงคราม โพธิวิไล คงไม่ต้องพูดอะไรมาก ชื่อของท่านก็รับประกันคุณภาพอยู่แล้ว โดย อ.สงคราม จะมาช่วยดูแลในเรื่อง Landscape แนวธรรมชาติ ท่านมีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวป่ามานานจะรู้มุมมอง และเทคนิคต่างๆ ในทางนี้มากมาย สิ่งที่ท่านสอนมีจะประโยชน์มาก ถ้าเอาภาพมาให้ท่านดู ท่านอาจจะแนะนำว่า ถ้าคุณขยับตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย ถ้าเพิ่มเติมสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปจะทำให้คุณถ่ายภาพดูดีขึ้น การได้รับคำแนะนำผู้ที่สะสมประสบการณ์มาเป็นสิบๆ ปีนั้น มันเป็นสิ่งที่ประมาณค่าไม่ได้ครับ

สุภสิทธิ์ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์ อดีตช่างภาพนิตสาร IMAGE ปัจจุบันเป็นช่างภาพ Freelance มีความสามารถทั้งในด้าน Fashion และ Urban Landscape ครับ เป็นที่ยอมรับในวงการถ่ายภาพนิตยสาร และโฆษณาว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือไม่ธรรมดาเลย เร็วๆ นี้เขาจะไปทำงานเป็นช่างภาพ  Freelance ที่อเมริกาแล้วครับ งานนี้ผมเชิญมาเป็นการส่งท้ายก่อนบินไปเลยนะครับ

ณิการ์ กรีพร้อม จบและผ่านการทำงานจากประเทศอังกฤษ มีฝีมือการถ่าพภาพแฟชั่นที่เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศมากมาย เคยถ่ายให้กับ Magazine ทั้งยุโรป และเอเชีย ปัจจุบันเป็น Freelance ถ่ายภาพ Fashion ให้กับนิตยสารดังๆ อย่าง Bazaar, Madams Figaro, Oyster (Aus), Sunday Time Style (UK) เป็นต้น ณิการ์เคยได้รับการโหวดจากนิตยสารดังของญี่ปุ่นว่าเป็น 1 ใน 4 ช่างภาพหญิงที่น่าจับตามองที่สุดของเอเชียอีกด้วย ไม่ธรรมาดาครับ สำหรับคนที่รักการถ่ายภาพแฟชั่นไม่ควรพลาด

ส่วนผม ธนบูรณ์ สมบูรณ์ จะดูแลด้าน Environment Portrait กับ Studio Fashion ครับ
 

"ณิการ์เคยได้รับการโหวดจากนิตยสารดังของญี่ปุ่นว่า
เป็น 1 ใน 4 ช่างภาพหญิงที่น่าจับตามองที่สุดของเอเชียอีกด้วย"

 
Q: รูปแบบของ Photo Clinic เป็นอย่างไรครับ

A: แต่ละครั้งเราจะเชิญช่างภาพมืออาชีพที่มีผลงานโดดเด่นในด้านแต่ละด้านมาพบกับกลุ่มของสมาชิก BIG Club ที่สนใจในแนวการถ่ายภาพที่กำหนดไว้ในแต่ละเดือน โดยเราจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สมาชิกแต่ละคนจะต้องนำภาพมาคนละ 3 ภาพ เพื่อมาแลกเปลี่ยนกัน แสดงความคิดเห็นกัน และช่างภาพมืออาชีพแต่ละท่านจะให้คำแนะนำปิดท้ายพร้อมกับให้คำแนะนำในการพัฒนาปรับปรุงภาพแต่ละภาพด้วย

เป็นโอกาสดีที่ผู้รักการถ่ายภาพจะได้มานั่งคุยอย่างใกล้ชิดกับช่างภาพมืออาชีพในสายต่างๆ มีปัญหาเรื่องการจัดแสงไฟสตูดิโอที่ตัวเองถ่ายมาแล้วภาพมันยังไม่ถูกใจ ปรึกษาเรื่องปัญหาในการถ่ายต่างๆ บางทีภาพที่คุณคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว เอามาดูว่าถ้ามุมมองของมืออาชีพเขาจะชอบไหม และมีความคิดเห็นอย่างไร ควรจะปรับอย่างไรให้มันดีขึ้นไปอีก ทุกคนจะนำภาพเข้ามาแล้วผลัดกับวิจารณ์ภาพเป็นการฝึกทักษะในการดูภาพ และเอารายละเอียดต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาการถ่ายภาพของตนได้ ผมมองว่าคือทุกคนกลับบ้านไปต้องได้อะไรดีๆ ไปด้วยแน่นอน 
   

"เป็นโอกาสดีที่ผู้รักการถ่ายภาพจะได้มานั่งคุยอย่างใกล้ชิด
กับช่างภาพมืออาชีพในสายต่างๆ"


Q: จะเริ่มเมื่อไหร่ครับ


A:
จะมีการเปิดตัวครั้งแรกเดือนกุมภาพันธ์นี้ครับ โดยจะจัดให้มีทุกเดือนยาวไปจนถึงปลายปีทั้งหมด 10 ครั้ง ซึ่งจะเป็นบ่ายของวันอาทิตย์ช่วงปลายเดือนของทุกเดือนครับ

Q: สถานที่ละครับ

A:
ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ล เนื่องจากเดินทางสะดวก และบรรยากาสเหมาะกับกิจกรรมมาก ผมไม่ต้องการให้ทุกคนรู้สึกว่าอยู่ในห้องเรียน อยากให้เป็นบรรกาศของการมานั่งจิบกาแฟ แล้วเอารูปมานั่งดูกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบสบายๆ ครับ

Q: หัวข้อของ Photo Clinic ในแต่ละครับมีอะไรบ้างครับ

A:
มี Portrait แบ่งเป็น Portrait, Environment Portrait และ Sexy  ส่วน Landscape ก็จะมีทั้งแบบธรรมชาติ และที่เน้นทิวทัศน์ของบ้านเมือง และสิ่งก่อสร้าง นอกจากนั้นก็จะมีหัวข้อ Fashion ซึ่งจะแบ่งเป็นแบบแสงธรรมชาติ สตูดิโอ และแบบ High Fashion เลยครับ ซึ่งเราจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบเร็วๆ นี้ครับ

Q: อะไรทำให้พี่คิดที่จะทำโครงการนี้

A:
เริ่มต้นจากตัวผมเองตั้งแต่เริ่มสนใจหัดถ่ายภาพช่วงแรกๆ ผมมักอยากจะหาโอกาสเข้าไปพูดคุยกันช่างกาพมืออาชีพอยู่เสมอ เพื่อขอคำชี้แนะในการถ่ายภาพ โอกาสพวกนี้มักจะมีน้อย และมักจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เนื่องจากช่างภาพแต่ละท่านจะต้องมีภาระกิจของตัวเอง และไม่ได้รู้จักกันการเป็นส่วนตัว ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยก็จะเดินกลับออกมาพร้อมกับคำแนะนำและแนวทางที่มีประโยชน์เสมอ ผมว่าการที่ได้คำแนะนำจากบุคคลที่มีความสามารถ และผ่านประสบการณ์จริงน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นด้วยเหมือนกัน ผมก็เลยมีความคิดที่จะจัดให้มีโครงการ Photo Clinic นี้ขึ้น 
  

"การที่ได้คำแนะนำจากบุคคลที่มีความสามารถ
และผ่านประสบการณ์จริงน่าจะมีประโยชน์"

 
Q: พี่เอซคาดหวังอะไรกับโครงการนี้


A:
เป็นการเปิดโอกาสให้กับคนที่รักการถ่ายภาพทุกคนที่อยากจะมีพัฒนาการในด้านการถ่ายภาพในอีกระดับหนึ่ง เป็นโอกาศที่จะเรียนรู้จากช่างภาพที่ประกอบอาชีพจริงๆ แทนที่จะไปเรียนรู้จากกลุ่มของตนอย่างเดียวซึ่งไม่ได้ทำงานในสายอาชีพแล้วมานั่งวิจารณ์กันเอง การผ่านงานจริงทำให้ได้ประสบการณ์อื่นๆ มากมายที่ไม่ได้อยู่ในตำรา มันเป็นโลกแห่งความจริง ผมว่าเหมือนกับการทำโจทย์คณิตศาสตร์ ถ้าเราทำข้อนี้ได้แล้วก็ต้องหาโจทย์ยากขึ้นไปอีกมาทำเพื่อเป็นการฝึกทักษะของเราเอง หลายๆ คนอาจจะแย้งว่าเขาไม่ได้อยากจะเป็นช่างภาพมืออาชีพ จริงๆ แล้ว โครงการนี้เป็นการส่งเสริมผู้ที่รักการถ่ายภาพให้มีการพัฒนาการถ่ายภาพที่ดียิ่งขึ้น คุณคงจะมีความสุขมาก ถ้าอยู่ๆ มีคนบอกคุณว่าถ่ายภาพได้ดีกว่าช่างภาพมืออาชีพอีก เป็นผมเองผมก็คงอดอมยิ้มไม่ได้ ฉะนั้นทุกคนเข้าร่วมได้หมดครับ ไม่ว่าอยากจะเป็นมืออาชีพหรือไม่ครับ
 

"โครงการนี้เป็นการส่งเสริมผู้ที่รักการถ่ายภาพ
ให้มีการพัฒนาการถ่ายภาพที่ดียิ่งขึ้น"

 
Q: แล้วโครงการนี้มีอะไรที่น่าสนใจที่ทำให้สมาชิกอยากเข้าร่วมโครงการนี้


A:
โครงการนี้น่าสนใจแน่นอน เพราะวิทยากรแต่ละท่านเป็นมืออาชีพมีคุณวุฒิ และมีทักษะพิเศษในแต่ละด้านจริงๆ เป็นโอกาสดีที่จะได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับช่างภาพมืออาชีพ ขอคำแนะนำเพื่อนำไปพัฒนาทักษะการถ่ายภาพของตน และโครงการนี้มีความหลากหลายของแนวการถ่ายภาพให้เลือก น่าจะตรงกับความสนใจของคนส่วนใหญ่ไม่น้อย ไม่อยากให้พลาดโอกาสดีๆ อย่างนี้กัน

จากบทสัมภาษณ์ท่านสมาชิกคิดเห็นเป็นเช่นไรบ้างกับโครงการดีๆ อย่างนี้ โครงการที่โปรมีฝีมือพยายามที่จะทำโครงการเพื่อให้คนส่วนใหญ่ เดินไปในแนวทางที่ถูกที่ควร เพื่อให้วงการถ่ายภาพทั้งมือสมัครเล่น และอาชีพพัฒนาไปอีกขั้นโดยไม่คิดมูลค่า หากผู้อ่านยินดี และเห็นด้วยว่าสนับสนุน ลองติดตามรายละเอียด และข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็ปไซด์ของ BIG Camera ที่ www.bigcamera.co.th ได้เร็วๆ นี้ครับ

 

 




INTERVIEW:
Portrait พื้นฐานสำคัญของการถ่ายภาพแฟชั่น
โดย ธนบูรณ์ สมบูรณ์

ถ้าถามว่าช่างภาพที่น่าอิจฉาที่สุดนั้นเป็นแบบไหน... คงหนีไม่พ้นช่างภาพที่ได้ถ่ายนางแบบทุกวัน และความอิจฉาจะยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีดหากนางแบบของเขานั้นเป็นนางแบบ นางงเอกระดับแนวหน้าของบ้านเรา บางท่านอาจจะทราบแล้วว่าช่างภาพผู้นี้เป็นใคร แต่บางท่านก็อาจจะยังไม่ทราบ นิตยสารโฟโต้เทคจึงได้เชิญช่างภาพที่มากประสบการณ์ท่านนี้มาสัมภาษณ์ให้กับสมาชิกทราบถึงความเป็นมา ความคิด มุมมองในการทำงาน เพื่อเป็นวิทยาทาน หรือแบบอย่างต่อไปให้คนที่สนใจ บทความนี้จะบอกเรื่องราวตืนลึกของเขา ธนบูรณ์ สมบูรณ์ หรือพี่เอซ ลองติดตามกันดูนะครับ

เริ่มเข้ามาสู่วงการถ่ายภาพได้อย่างไรครับ
เริ่มต้นจากการเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ได้ไม่นาน ผมก็เปลี่ยนใจอยากทำงานทางด้านการถ่ายภาพซึ่งเป็นสิ่งที่รักและเป็นงานอดิเรกมาตั้งแต่เด็กๆ ครับ ช่วงนั้นยังไม่มีสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนทางด้านนี้มากนักในเมืองไทยจึงตัดสินใจไปศึกษาต่อที่ Academy of Art University ที่ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาการถ่ายภาพแฟชั่นและโฆษณา หลังจากใช้เวลาเรียนและทำงานเพื่อสะสมประสบการณ์และผลงาน Portfolio มานานเกือบสิบปี ก็ตัดสินใจกลับมาเมืองไทย เพื่อเริ่มทำงานเป็นช่างภาพมืออาชีพที่เมืองไทยอย่างที่ตั้งใจไว้

กลับมานานหรือยัง และทำอะไรบ้างครับในช่วงที่ผ่านมา

ประมาณ 4 ปีแล้วครับ กลับมาก็เริ่มทำงานเป็นช่างภาพ Freelance ครับ ผลงาน Portfolio ที่นำกลับมาเข้าได้เข้าตาบรรณาธิการนิตยสารหลายคน จึงได้มีโอกาสถ่ายภาพปกและแฟชั่นเซ็ตให้กับนิตยสารหลายเล่มในเวลาอันสั้น เป็นจังหวะที่ดีที่ผลงานจะได้ออกสู่สายตาคนและเป็นที่รู้จักของคนในวงการหนังสือและโฆษณา จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีงานถ่ายภาพโฆษณาจากเอเจนซี่ทั้งในและต่างประเทศเข้ามา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเพียง 6 เดือนทุกอย่างก็ลงตัว ผิดกับที่ผมคาดไว้ว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นปีเพื่อมาถึงจุดนี้


เคยถ่ายปกหรือถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสารอะไรมาแล้วบ้างครับ
มี
FHM, ARENA, Elle, Image, Esquire, Mars, DNA, Marie Claire, Herworld, Seventeen, Stuff, Ray, Front, GM, MTV, Honeymoon+Travel, Anywhere และอีกหลายเล่มเลยครับ แล้วก็ยังมีถ่ายภาพให้กับนิตยสารในญี่ปุ่น อ้อแล้วยังมีงานถ่ายปกให้กับนิตยสาร FHM ของประเทศสิงคโปร์และปกนิตยสาร FHM ฉบับพิเศษของประเทศอังกฤษด้วยครับ เล่มนี้ภูมิใจมากครับเพราะวางแผงทั่วโลกเลย


มีวิธีการในการรับงานถ่ายภาพอย่างไร
ถ้าเป็นงานโฆษณา หลักๆ ก็มี
CREATIMAGE และ NEWBRAIN ที่เป็น Production House ทำหน้าที่เป็นเป็นตัวแทน (Agent)
ดูแลติดต่อหาลูกค้าและขายงานโฆษณาให้ครับ และยังมีเพื่อนชาวต่างชาติสองคนเป็นตัวแทนติดต่องานจากต่างประเทศมาให้ ส่วนงานนิตยสารจะเป็นการติดต่อเข้ามาโดยตรงครับ

ทราบว่าในขณะที่เป็นช่างภาพ Freelance อยู่นั้นมีตำแหน่งดูแลการถ่ายภาพให้กับนิตยสาร FHM และอื่นๆ อีกด้วย

ครับ ช่วงที่กลับมาใหม่ๆ หลังจากที่ผมได้ทำงานเป็นช่างภาพ Freelance ถ่ายภาพปกให้กับนิตยสาร FHM อยู่ระยะหนึ่งก็ถูกชักชวนโดย ดร.ปกรณ์ ตันศิริ (บรรณาธิการบริหารของ FHM ในเวลานั้น) ให้เข้ามาเป็น Photography Editor ให้กับนิตยสารเล่มนี้อยู่หลายปี ก่อนที่จะย้ายมาเป็น Photography Director ให้กับนิตยสาร ARENA และดูแลด้านการถ่ายภาพให้กับบริษัท Inspire Entertainment ผู้ผลิตนิตยสาร ARENA, FHM, Stuff, Car, Casa Viva, Ray และ Cawaii ครับ

มีหลักหรือแนวคิดในการทำงานว่าอย่างไร

ผมให้ความสนใจกับสื่งต่างๆ รอบตัว และมักได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งเหล่านั้น แต่เมื่อถึงเวลาที่ผมถ่ายภาพ ผมใช้สัญชาตญาณของตัวเองครับ

มีวิธีในการแบ่งเวลาเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวอย่างไรครับ
ผมไม่เคยมีชีวิตส่วนตัวครับ (หัวเราะ) มันเป็นคนละเรื่องเดียวกันแบบแยกไม่ออก เวลาทำงานผมจะรู้สึกว่ากำลังสนุกกับสิ่งที่เราชอบและเต็มที่กับมัน ส่วนเวลาว่างผมมักจะหาเวลาผ่อนคลายด้วยการท่องเที่ยว อ่านหนังสือ ดูหนัง ติดตามข่าวสารและหาข้อมูลใหม่ๆ และจะเปิดสมองเพื่อหาไอเดียใหม่ๆ กลับมาใช้ในงานถ่ายอยู่เสมอ บางครั้งก็ผมแยกไม่ออกว่าเวลาอะไรเป็นอะไร รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังสนุกอยู่กับชีวิตการเป็นช่างภาพครับ

" บางครั้งสิ่งที่เรียบง่ายที่สุดก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ "

ภาพถ่ายเซตล่าสุดที่ประทับใจที่สุดคือเซตไหนครับ
คงจะเป็น ชมพู่-อารยา ครับ ที่ถ่ายขึ้นปกของนิตยสาร
FHM เล่มปัจจุบันครับ (มกราคม 2551) ปกติจะสังเกตุว่าผมมักจะใช้แสงที่จัดและมีคอนทราสที่สูงในการถ่ายปกของ FHM แต่สำหรับเซตนี้ผมเห็นว่าชมพู่เองเค้ามีเสน่ห์ในตัวอยู่มากแล้ว จึงอยากจะถ่ายทอดอารมณ์ตรงนี้ให้ออกมาอย่างชัดเจน อยากให้เป็นเป็นแบบที่เรียบง่าย คอนเซ็บก็เป็นอารมณ์นอนกลิ้งไปกลิ้งมาในห้องนอนสบายๆ ครับ เสื้อผ้าก็เป็นใส่หลวมๆ ไม่เปิดมากไป และให้มีการลุ้นบ้างเพื่อเพิ่มจิตนาการ ผมใช้การจัดแสงที่ธรรมดาไม่ซับซ้อน บางครั้งสิ่งที่เรียบง่ายที่สุดก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ

แล้วการถ่ายภาพครั้งไหนที่ทำให้รู้สึกแย่ที่สุดล่ะครับ?
เคยมีช่างภาพคนหนึ่งยื่นกล้องถ่ายภาพให้กับสไตลิสต์และยอมออกมานั่งรอนอกสตูดิโอเพื่อให้ให้สไตลิสต์ถ่ายภาพแทนให้ ด้วยเหตุผลที่ว่านางแบบไม่คุ้นกับช่างภาพจึงไม่กล้าโพสท่าให้ช่างภาพเต็มที่ และช่างภาพก็กลัวว่าจะถูกหัวหน้าตำหนิเรื่องที่ไม่ได้รูปตามที่เค้าต้องการ ผมถือว่านี่เป็นการทรยศกับอาชีพช่างภาพอย่างยิ่ง ถ้าจะให้ผมทำอย่างนั้นเอาปืนยิงผมให้ตายก่อนดีกว่า แล้วค่อยเอากล้องผมไปครับ (หัวเราะ)

" ผมถือว่านี่เป็นการทรยศกับอาชีพช่างภาพอย่างยิ่ง
ถ้าจะให้ผมทำอย่างนั้น
เอาปืนยิงผมให้ตายก่อนดีกว่า
"

มีวิธีอะไรบ้างที่ทำให้ตัวเองแตกต่างจากช่างภาพหลายๆ คนที่อยากมาอยู่ตรงจุดนี้
งาน
Fashion ผมจะเน้นที่อารมณ์ของภาพ ของแบบและที่ดวงตาเป็นสำคัญ ให้ความสำคัญกับการกำกับแบบให้ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาตามคอนเซ็ปที่ผมต้องการ ผมถนัดที่จะดึงเอาพลังงานความเซ็กซี่ออกมาจากตัวนางแบบ ความเซ็กซี่มันเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่างตัวตน แต่คุณสามารถรู้สึกถึงมันได้ สิ่งนี้น่าจะเป็นจุดเด่นของงานของผมที่มักจะเน้นในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก งานถ่าพภาพแนว Fashion ของผมมักจะมีกลิ่นไอของความเป็น EROTIC อยู่ด้วยเสมอ